LIFESTYLE » แสนสิริ จับมือธนาคารออมสิน เปิดตัว “HomeForLife” ฉีกกรอบทุกนวัตกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ชวนบอย พีชเมกเกอร์-เจี๊ยบ พิจิตตรา และป๊อก ภัสสรกรณ์ แชร์ข้อคิดการวางแผนการเงิน

แสนสิริ จับมือธนาคารออมสิน เปิดตัว “HomeForLife” ฉีกกรอบทุกนวัตกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ชวนบอย พีชเมกเกอร์-เจี๊ยบ พิจิตตรา และป๊อก ภัสสรกรณ์ แชร์ข้อคิดการวางแผนการเงิน

25 มกราคม 2019
475   0

แสนสิริและธนาคารออมสิน ร่วมกันเปิดตัว “HomeForLife” ปรากฏการณ์ครั้งแรกในไทยกับนวัตกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยรูปแบบใหม่ของ Mortgage Loan ที่ผสาน 2 จุดเด่น ได้บ้านพร้อมการวางแผนการเงินในแพคเกจเดียว เติมฝันคนทุกวัยให้มีบ้านเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น ผ่อนสบายกว่า พร้อมกับมีเงินใช้หลังเกษียณ ชวนคู่รักว่าที่บ่าวสาว บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี หรือบอย พีชเมกเกอร์ และ เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ เผยข้อคิดและความสำคัญของการวางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ ร่วมด้วยว่าที่คุณพ่อลูกแฝด ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ที่มาร่วมโชว์แร๊พด้วยเนื้อหาสุดพิเศษจากแรงบันดาลใจในการสร้างความมั่นคงในระยะยาวที่หนุ่มป๊อกเห็นจากเทรนด์โลกในกลุ่มผู้ที่ฉลาดในการวางแผนทางการเงิน

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “HomeForLife” คือนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ที่แสนสิริและธนาคารออมสินร่วมกันพัฒนาขึ้นด้วยความเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน จากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปและมีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยและการวางแผนทางการเงินเพื่อความมั่นคงในระยะยาว ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในทุกช่วงวัยด้วยจุดเด่นการผนวกรวม สินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบปกติ และ Reverse Mortgage เข้าด้วยกัน โดยภายหลังอายุ 60 ปีลูกค้าสามารถนำที่อยู่อาศัยที่มีกรรมสิทธิ์และปลอดภาระหนี้วางเป็นหลักประกันกับธนาคารออมสินเพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้ โดยเลือกรับเป็นรายเดือนหรือก้อนใหญ่ จนถึงอายุ 85 ปี และยังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยนั้นตลอดช่วงชีวิตซึ่งเป็นการวางแผนชีวิตเพื่ออนาคตระยะยาว

บอย พีชเมกเกอร์ และเจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ เผยมุมมองที่เกิดจากประสบการณ์จริงหลังต้องเลื่อนงานแต่งเพราะเจอวิกฤตหนี้สินว่า “เหตุการณ์ร้านไฟไหม้ทำให้ที่อยู่ ๆ ก็เป็นหนี้เกือบ 50ล้าน โดยไม่ทันตั้งตัวถึงขนาดต้องเลื่อนงานแต่งออกไป มองในแง่ดีคือทำให้เราได้รู้ถึงความสำคัญในการวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคตอย่างเป็นระบบ ซึ่งไม่ใช่แค่การออมเงินเท่านั้นแต่ต้องมองถึงมิติในการหาแหล่งรายได้จากแหล่งสำรองด้วย ที่จริงแล้วเราคุยกันเรื่องชีวิตคู่มานานหลายปี แต่สมัยนั้นเรามีมุมมองว่าต้องมีพร้อมก่อนแล้วค่อยแต่งงาน ต่างกับเดี๋ยวนี้ที่หากเราอยากจะซื้อเรือนหอหรือบ้านซักหลัง ก็มีแพคเกจดี ๆ อย่างHomeForLife จากแสนสิริและธนาคารออมสิน ที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากจากแนวคิดที่ทำให้เราเติมเต็มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้ในทุกช่วงวัยอย่างเป็นระบบ นับตั้งแต่วันแรกเลย เพราะแพคเกจนี้สามารถช่วยให้เราเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้นด้วยจุดเด่นตรงที่ผ่อนสบายกว่าทั้งอัตราดอกเบี้ยและอัตราผ่อนต่อเดือนที่ไม่สูง ปีช่วยทำเป้าหมายชีวิตเป็นจริงโดยไม่ต้องรอนาน นอกจากนี้ยังได้ความมั่นคงต่อที่ จาก Reverse Mortgage ที่สามารถนำบ้านที่เรารัก มาเป็นแหล่งรายได้เพิ่มเติมให้กับเราหลังเกษียณจนถึงอายุ 85 ปีทำให้เราสบายใจว่าจะมีรายรับมาดูแลค่าใช้จ่าย แม้จะมีทายาทหรือไม่มีทายาทก็ตาม เรื่องนี้สำคัญมากเพราะเจอเรื่องที่ต้องใช้จ่ายแบบไม่คาดฝันอีกในอนาคต แล้วไม่มีแหล่งรายได้สำรองคงจะจัดการยากกว่านี้แน่นอน จึงเรียกได้ว่าแพคเกจ HomeForLife สามารถทำให้บ้านของเรากลายเป็นความมั่นคงทางการเงินสำหรับอนาคตอย่างแท้จริง เพราะไม่เพียงแต่เป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าสูงขึ้นตามกาลเวลา แต่ยังเป็นทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้ให้เราในระยะยาวอีกด้วย”

ด้าน ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ได้กล่าวเสริมในฐานะว่าที่คุณพ่อว่า “ตั้งแต่รู้ว่ากำลังจะมีลูก มุมมองในการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนทางการเงินที่ผมให้ความสำคัญอย่างมาก โชคดีที่ผมได้แนวคิดการสร้างความมั่นคงในระยะยาวมาตั้งแต่ตอนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา ผมเห็นคนที่นั่นรู้จักวางแผนการเงินตั้งแต่ในวัยเรียนหรือวัยเริ่มต้นทำงาน เป็นเทรนด์ของคนที่นั่นที่ตั้งใจวางเป้าหมาย สร้างฐานะทางการเงินให้มั่นคงตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการในวันที่อายุมากขึ้น โดยมีเครื่องมือทางการเงินหลาย ๆ อย่างที่ช่วยให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติม  ซึ่งสินเชื่อ “HomeForLife” ยังมีข้อดีกว่าตรงที่เป็นทั้ง สินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบปกติ และ Reverse Mortgage ในตัวเดียวกัน ช่วยส่งเสริมให้คนทุกวัยหันมาวางแผนความมั่นคงทางการเงินระยะยาว และที่ผมชอบมาก ๆ คือการดีไซน์ผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับคนไทย โดยผู้ใช้แพคเกจยังคงมีสิทธิ์อยู่อาศัยในบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นได้ตลอดชีวิต ซึ่งต่างจากในบางประเทศที่เมื่อครบสัญญาเงินกู้แล้ว ผู้กู้จะหมดกรรมสิทธิ์อยู่อาศัยในบ้านนั้นทันที ทั้งยังมีความยืดหยุ่น อย่างเช่นผมที่กำลังจะมีทายาท ก็สบายใจว่าแพคเกจนี้เปิดโอกาสให้ผู้กู้หรือทายาทไถ่ถอนได้ทุกเมื่ออีกด้วย”