SMARTPHONE » เผยโฉม Samsung Galaxy Z Flip4 และ Galaxy Z Fold4

เผยโฉม Samsung Galaxy Z Flip4 และ Galaxy Z Fold4

11 สิงหาคม 2022
406   0

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้สุดล้ำ Galaxy Z Flip4 และ Galaxy Z Fold4 มาในรูปลักษณ์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามชอบ รวมถึงมอบประสบการณ์สุดสร้างสรรค์ตามความต้องการของผู้ใช้ได้ พร้อมกับยกระดับประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น Galaxy Z ในเจเนอเรชั่นที่ 4 จะเดินหน้าฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟน แบบใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและทำให้ผู้ใช้ใช้ชีวิตในทุกๆ วันได้สนุกยิ่งขึ้น

“Samsung Galaxy ในรูปแบบของสมาร์ทโฟนจอพับได้ ถูกสร้างขึ้นบนปรัชญาของเราที่เปิดใจกว้าง เปิดทางสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการอย่างสมบูรณ์ทั้งภายในและภายนอก สมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นใหม่เหล่านี้ ซัมซุงสร้างสรรค์ขึ้นโดยความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก โดยตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่เต็มไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา” 

ดร. ทีเอ็ม โรห์ ประธานธุรกิจ โมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ ของ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว “การมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างแน่วแน่ ประกอบกับความเป็นผู้นำของซัมซุง ทำให้กระแสความตื่นเต้นกับสมาร์ทโฟนจอพับได้ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราประสบความสำเร็จในการพลิกโฉมกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ จากที่เคยเป็นเรื่องของไอเดียแปลกสุดขั้วในโปรเจคหนึ่ง จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนกระแสหลักซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนนับล้านๆ คนทั่วโลก”

จากความทุ่มเทของซัมซุงเพื่อสร้างงานฝีมือที่ดีเลิศ ส่วนประกอบทุกชิ้นของทั้งสองรุ่นจึงได้รับการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนเพื่อมอบประสบการณ์ที่ลงตัวที่สุดให้กับผู้ใช้ และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคทุกคนจะมีดีไซน์ที่เหมาะกับความต้องการของตนเอง โดย Galaxy Z Flip4 ต่อยอดความสำเร็จของรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นภาพจำของซัมซุง เพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์หลักๆ ทั้งประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นในการใช้กล้องถ่ายภาพ แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น[1] และความสามารถในการปรับเปลี่ยนตามความต้องการได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับคงไว้ซึ่งดีไซน์เล็กกระทัดรัดเป็นพิเศษ ส่วน Galaxy Z Fold4 จะเปิดโลกความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้แก่ผู้ใช้งานโดยการมอบประสบการณ์สมาร์ทโฟนที่กว้างไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา นำเสนอดีไซน์ที่แปลงร่างได้ หน้าจอที่ชวนดื่มด่ำกับความสมจริง และฟีเจอร์มัลติทาสกิ้งที่คล้ายกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ตลอดจนกล้องถ่ายภาพอันก้าวล้ำและหน่วยประมวลผลที่ทรงพลัง

Galaxy Z Flip4 Fashion Smartphone สุดชิคพกพาสะดวก ที่สุดของไอเท็มเพื่อการบ่งบอกตัวตน มาพร้อม Flex Camera

Galaxy Z Flip4 เป็นที่สุดของไอเท็มเพื่อการบ่งบอกตัวตน ดีไซน์ฝาพับแบบ Clamshell เล็กกระทัดรัด ให้ประสบการณ์ที่พิเศษเฉพาะตัวในแบบที่หาไม่ได้จากสมาร์ทโฟนอื่นๆ ให้ผู้ใช้บันทึกวิดีโอหรือถ่ายภาพเซลฟี่กลุ่มได้ในหลากหลายมุมมองโดยไม่ต้องถือเครื่อง เพียงพับตัวเครื่องให้เป็นมุมเพื่อเปิดการใช้งาน FlexCam[2]  ซึ่งฟีเจอร์นี้ยังใช้ร่วมกับแอปโปรดของผู้ใช้ได้อีกด้วย[3] โดยซัมซุงได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Meta ทำให้ FlexCam ได้รับการปรับตั้งให้ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมกับแพลตฟอร์มโซเชียลยอดฮิต อาทิ Instagram, Facebook และ WhatsApp นอกจากนี้ Galaxy Z Flip4 ยังให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ

ได้อีกมากมายกว่าที่เคย เช่น ถ่ายภาพเซลฟี่คุณภาพสูงจากหน้าจอด้านนอกโดยใช้กล้องหลักในโหมด Quick Shot ที่ได้รับการอัพเกรดขึ้นอีกขั้น หรือเริ่มการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงในโหมด Quick Shot แล้วเปลี่ยนเข้าสู่โหมด Flex เพื่อบันทึกต่อเนื่องอย่างไร้การสะดุดในแบบไม่ต้องถือเครื่อง โดยที่ไม่จำเป็นต้องหยุดบันทึกวิดีโอเพื่อเปลี่ยนโหมด เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ รวมทั้งยังใช้โหมด Quick Shot ถ่ายภาพเซลฟี่แนวตั้งและดูภาพพรีวิวในสัดส่วนจริงของภาพได้อีกด้วย นอกจากนี้กล้องที่พัฒนาขึ้นอีกขั้นยังมากับเซ็นเซอร์ที่สว่างขึ้น 65%[4] ขับเคลื่อนด้วยพลังของ Snapdragon® 8+ Gen 1 Mobile Platform จึงให้ภาพถ่ายและวิดีโอที่คมชัดสดใสและ   ไร้การสั่นไหวยิ่งกว่าเดิมทั้งกลางวันและกลางคืน

Galaxy Z Flip4 ได้รับการสร้างสรรค์ให้ใช้งานแบบไม่ต้องถือเครื่องได้อย่างแท้จริง ให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องกางโทรศัพท์ออก ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์ ตอบข้อความ ปลดล็อครถยนต์[5] หรือแม้แต่ควบคุมวิดเจ็ต SmartThings Scene[6]   ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้สามารถทำได้จากหน้าจอด้านนอก

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Galaxy Z Flip4 ถ่ายภาพ รับชมคอนเทนต์ต่างๆ และเชื่อมต่อได้ยาวนานยิ่งขึ้นระหว่างการชาร์จแต่ละครั้งด้วยแบตเตอรี่ 3,700mAh[7] ยิ่งไปกว่านั้น Galaxy Z Flip4 ยังรองรับ Super Fast Charging ที่ชาร์จจนถึงระดับ 50% ของความจุได้ในเวลาประมาณ 30 นาที[8] จึงช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับโลกรอบตัวได้อย่างต่อเนื่องเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด

บานพับตัวเครื่องที่เพรียวบางยิ่งขึ้น เส้นขอบที่เหยียดตรง กระจกฝาหลังสีตัดกัน และกรอบตัวเครื่องที่เป็นโลหะมันวาว ผสานกันเป็นดีไซน์อันแสนประณีตของซัมซุง ผู้ใช้ยังสามารถปรับเปลี่ยน Galaxy Z Flip4 ได้ตามความชื่นชอบทั้งด้านในและด้านนอก    โดยใช้ Galaxy Theme หลากหลายแบบกับหน้าจอทั้งด้านนอกและหน้าจอหลักเพื่อเสริมส่งสไตล์ของตนเองด้วยอักษร ไอคอน และดีไซน์ต่างๆ ได้ตามความต้องการ ผู้ใช้ยังสามารถสร้างสรรค์หน้าจอด้านนอกให้มีความเฉพาะตัวด้วยดีไซน์นาฬิกาและพื้นหลังใหม่ๆ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพในรูปแบบ GIF หรือแม้กระทั่งวิดีโอ[9]

Galaxy Z Fold4 นวัตกรรมสมาร์ทโฟนสุดล้ำ Multi-task ได้ครบ จบทุกเรื่องในเครื่องเดียว

Galaxy Z Fold4 คือผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นของ Samsung Galaxy เพื่อเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง และเป็นสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดของซัมซุงในปัจจุบัน Galaxy Z Fold4 ผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของซัมซุงเอาไว้ทั้งหมด เพื่อสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่อัดแน่นฟังก์ชั่นการใช้งานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะกางเครื่องออก พับปิดเอาไว้ หรือใช้ในโหมด Flex[10] ยิ่งไปกว่านั้น Galaxy Z Fold4 ยังเป็นดีไวซ์รุ่นแรกที่จัดส่งโดยมี Android 12L ติดตั้งไว้แล้ว โดยเป็นระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่นพิเศษที่ Google สร้างขึ้นเพื่อประสบการณ์การใช้งานบนหน้าจอใหญ่ รวมถึงอุปกรณ์แบบพับหน้าจอได้

การใช้งานแบบมัลติทาสกิ้งบน Galaxy Z Fold4 ทำได้ง่ายดายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อให้ผู้ใช้งานทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นขณะที่โลดแล่นไปกับทุกวันของชีวิต ทาสก์บาร์ใหม่ (Taskbar)[11]มาในรูปแบบที่คล้ายกับในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ให้เข้าถึง     แอปพลิเคชันโปรดและแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อย ได้ง่าย นอกจากนี้การใช้งานมัลติทาสกิ้งยังให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นจากการสั่งงานด้วยท่าทางแบบใหม่ด้วยการปัดหน้าจอ (Swipe Gestures)[12] เปลี่ยนแอปพลิเคชันที่แสดงผลแบบเต็มหน้าจอไปเป็นหน้าต่างป๊อปอัพ หรือแบ่งครึ่งหน้าจอของคุณเพื่อใช้คุณสมบัติมัลติทาส (Multitask) วิธีอื่นๆ อีกมากมาย[13]

การร่วมมือกันระหว่างซัมซุงกับ Google และ Microsoft ได้ยกระดับการใช้งานมัลติทาสกิ้งขึ้นอีกขั้น โดยแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Google รวมถึง Chrome และ Gmail ต่างรองรับการลากและวาง (Drag-and-Drop) จึงช่วยให้ผู้ใช้คัดลอกและแปะลิงค์ รูปภาพ และอื่นๆ จากแอปพลิเคชันหนึ่งไปยังอีกแอปพลิเคชันหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว และในการใช้ Google Meet ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้มากขึ้นในขณะที่เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมเสมือนจริงต่างๆ รวมถึงการรับชมวิดีโอร่วมกันบน YouTube หรือการเล่นเกมด้วยกันผ่านวิดีโอคอล[14] ในส่วนของ Microsoft แอปพลิเคชัน Office ทั้งชุดและ Outlook ยังสามารถใช้ประโยชน์จากหน้าจอแบบพับได้ โดยแสดงข้อมูลบนหน้าจอได้มากขึ้นและมีวิธีในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเติมเต็มประสบการณ์มัลติทาสกิ้งด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน S Pen[15] จึงช่วยให้ขีดเขียนและจดบันทึกได้แม้ในขณะไม่อยู่ประจำที่ โดยมีที่จัดเก็บเพรียวกระชับอยู่ภายในเคสแบบ Standing Cover with Pen[16]

Galaxy Z Fold4 ถ่ายภาพและวิดีโอได้สวยน่าทึ่ง กับเลนส์มุมกว้างที่ยกระดับสู่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลพร้อมพลังซูม Space Zoom 30 เท่า[17] โหมดกล้องถ่ายภาพหลากหลายแบบ ทั้งภาพแสดงการซูม (Zoom Map) ที่ใหญ่ขึ้นซึ่งเรียกใช้ได้ในโหมด Capture View การดูภาพสองหน้าจอ (Dual Preview) และการถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง (Rear Cam Selfie) ล้วนได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้จุดเด่นของรูปลักษณ์ที่พิเศษเฉพาะตัวสร้างความความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพได้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดพิกเซลที่ใหญ่ขึ้น เซ็นเซอร์ที่สว่างขึ้นถึง 23%[18] และการประมวลผลที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้คมชัดสดใสแม้ในเวลากลางคืน

คอนเทนต์ต่างๆ ยิ่งดูโดดเด่นเป็นพิเศษบนหน้าจอหลักขนาด 7.6 นิ้ว[19] ด้วยหน้าจอที่สว่างยิ่งขึ้น พร้อมอัตรารีเฟรชหน้าจอ 120Hz แบบปรับเปลี่ยนได้เอง[20] และกล้องใต้หน้าจอ (Under Display Camera – UDC) ที่ซ่อนตัวได้เนียนตายิ่งขึ้นด้วยการจัดเรียงพิกเซลแบบ Scatter-type Sub-pixel รูปแบบใหม่ แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียยอดฮิต อาทิ Facebook ได้รับการปรับแต่งให้สร้างประสบการณ์บนหน้าจอขนาดใหญ่ได้อย่างเหมาะสมที่สุดเพื่อให้เพลิดเพลินกับคอนเทนต์ได้มากขึ้น หรือหากเปิดแอปพลิเคชันเพื่อบริการความบันเทิงแบบสตรีมมิ่ง เช่น Netflix[21] ก็สามารถใช้โหมด Flex เพื่อรับชมได้โดยไม่ต้องถือเครื่อง ส่วนในแอปพลิเคชันที่ไม่ได้มีการปรับแต่งเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ผู้ใช้ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Flex Mode Touchpad[22] ควบคุมอุปกรณ์ได้โดยไม่ขัดจังหวะการรับชมคอนเทนต์อีกด้วย จึงให้ความแม่นยำในการสั่งหยุด เลื่อนย้อนหลัง และเล่นวิดีโอ หรือซูมเข้าและออกคอนเทนท์ในขณะที่อุปกรณ์อยู่ในโหมด Flex

เกมต่างๆ ก็เร็วแรงมากขึ้น ด้วยพลังเหลือเฟือของ Snapdragon® 8+ Gen 1 Mobile Platform และเทคโนโลยี 5G ที่เร็วเกินพิกัด[23] นอกจากบานพับซึ่งเพรียวบางยิ่งขึ้น น้ำหนักที่เบาลง และแม้แต่ขอบจอที่แคบลงแล้ว หน้าจอที่กว้างขึ้นยังทำให้ผู้ใช้สั่งงานโต้ตอบกับเครื่องได้ง่ายขึ้นในขณะที่ใช้หน้าจอด้านนอกโดยใช้มือเพียงข้างเดียว[24]

ซัมซุงเดินหน้าท้าทายจากอุปสรรคบนเส้นทางนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคในด้านความทนทานทั้งภายในและภายนอก โครงสร้าง Armor Aluminum และส่วนปิดบานพับ ตลอดจนกระจก Corning® Gorilla® Glass Victus®+ แบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ใช้บนหน้าจอด้านนอกและกระจกด้านหลัง ทำให้ทั้ง Galaxy Z Flip4 และ Z Fold4 กันน้ำได้ในระดับ IPX8[25] ผู้ใช้จึงคลายความกังวลใจได้หากต้องติดอยู่กลางสายฝน

Galaxy Buds2 Pro ดีไซน์พรีเมียมพร้อมขีดสุดแห่งประสบการณ์เสียง

ดีไวซ์ที่เข้ามาเสริมทัพซีรีส์ Galaxy Z ในครั้งนี้ยังมี Galaxy Buds2 Pro ชุดหูฟังระดับสูงสุดรุ่นใหม่ของซัมซุงที่ให้ประสบการณ์ในการรับฟังแบบไร้สายที่เต็มอารมณ์ที่สุด ด้วยดีไซน์ใหม่เล็กกระทัดรัดและการเชื่อมต่อกับทุกแง่มุมในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยี Hi-Fi 24bit Audio ที่เหนือชั้น[26] ซึ่งให้ช่วงความกว้างของเสียงได้สูง ช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกเชื่อมต่อกับ     คอนเทนต์ที่กำลังรับฟังด้วยความละเอียดเสียงที่ชัดกระจ่างสดใส และด้วย Samsung Seamless Codec[27](SSC HiFi) ใหม่ล่าสุด ทำให้สามารถถ่ายโอนเพลงที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องหยุด และลำโพงแบบแกนร่วม (Coaxial) สองทางยังให้เสียงที่เต็มอรรถรสกว่าที่เคยอีกด้วย

ดีไซน์ใหม่ในขนาดกระทัดรัดและรูปทรงที่ออกแบบให้เข้ากับสรีระมีขนาดเล็กลงถึง 15%[28] แต่สวมได้อย่างกระชับด้วยการออกแบบเชิงวิศวกรรมให้ป้องกันการหมุนขยับตัว จึงเป็นเพื่อนคู่ใจในการออกกำลังกายได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังรับสายเรียกเข้าได้เป็นอย่างดีแม้อยู่นอกอาคารสถานที่ ด้วยเทคโนโลยี ANC[29] อันทรงพลังที่ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก Galaxy Buds2 Pro ใหม่ให้ผู้ใช้ปลีกตัวเข้าสู่โลกของตนเอง และในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งการเชื่อมต่อกับเรื่องราวรอบตัวในชีวิตได้เป็นอย่างดี

เมื่อต้องการรับสายด่วนในขณะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเล่นเกมหรือชมภาพยนตร์บนแท็บเล็ต Galaxy Buds2 Pro สามารถเปลี่ยนการเชื่อมต่อเสียงไปยังโทรศัพท์ได้อย่างราบรื่นเพียงปลายนิ้วสัมผัส Buds2 Pro รุ่นใหม่มีฟีเจอร์ Auto Switch[30] เพื่อสับเปลี่ยนจากรายการทีวีโปรดเป็นรับสายได้อย่างง่ายดาย และหากคุณบังเอิญวาง Galaxy Buds2 Pro ผิดที่ระหว่างการเดินทาง ก็หมดกังวลด้วยฟีเจอร์ SmartThings Find ช่วยค้นหาตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

Galaxy เพื่อสิ่งแวดล้อมโลก

นับตั้งแต่การเปิดตัวซีรีส์ Galaxy S22 เป็นต้นมา ซัมซุงได้ผสานการใช้วัสดุรีไซเคิลไม่เพียงแค่กับบรรจุภัณฑ์ แต่ยังรวมไปถึงการใช้กับฮาร์ดแวร์ในผลิตภัณฑ์ใหม่ของเรา นับเป็นก้าวแรก ๆ ในโครงการ Galaxy for the Planet ซึ่งครอบคลุมทั้งการนำพลาสติก  รีไซเคิลมาผสานใช้อย่างต่อเนื่อง และการสร้างสรรค์วัสดุใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำในด้านการสร้างความยั่งยืน เราจะเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการผลิตอย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งเราภาคภูมิใจที่จะประกาศว่า Galaxy Buds2 Pro ใหม่ผลิตขึ้นจากวัสดุ  รีไซเคิลมากกว่า 90%[31] ส่วนซีรีส์ Galaxy Z ใหม่ได้นำวัสดุพลาสติกที่ตกค้างอยู่ในท้องทะเลมาผสานใช้ในส่วนประกอบหลัก พร้อมกับใช้กระดาษรีไซเคิล 100% ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ และยังสามารถลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ลงได้ถึง 58%[32]  เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ Galaxy แบบพับหน้าจอได้ในเจเนอเรชั่นแรก ซึ่งเทียบเท่ากับการหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากภาคขนส่งได้ประมาณ 10,000 ตันในปีนี้[33]

ราคาและการวางจำหน่าย

Galaxy Z Flip4 เสริมลุคให้กับสไตล์ของผู้ใช้ด้วยดีไซน์พรีเมียมในสีสันที่ดูสวยล้ำค่า ทั้งสีม่วง (Bora Purple) สีเทา (Graphite) และสีใหม่คือสีชมพูพิงค์โกลด์ (Pink Gold) และสีน้ำเงิน (Blue)[34] และ Galaxy Z Flip4 Bespoke Edition[35] ที่วางจำหน่ายแล้วใน 28 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเปิดโอกาสให้เลือกผสมผสานสีสันของกระจกและกรอบได้หลากหลายถึง 75 รูปแบบเพื่อให้ลูกค้าคุมลุคของอุปกรณ์ของตนได้เต็มที่ ซัมซุงยังเสนอการดูแลอัปเกรดแบบ Bespoke Upgrade Care[36] สำหรับผู้ใช้ Galaxy Z Flip4 รุ่น Bespoke อีกด้วย

ส่วน Galaxy Z Fold4 และเคส Standing Cover with Pen[37] จะนำเสนอในสีสันที่แสนประณีต ได้แก่สีเขียว (Graygreen) สีเบจ (Beige) และสีดำ (Phantom Black) [38] นอกจากนี้ Galaxy Z Fold4 ยังมีจำหน่ายในสีแดงเบอร์กันดี้ (Burgundy) พร้อมด้วยความจุของหน่วยเก็บข้อมูลที่มากถึง 1 เทระไบต์ โดยวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟทาง samsung.com[39]

Galaxy Buds2 Pro มาในเฉดสีใหม่นุ่มนวลตาและสีโทนกลางๆ ทั้งสีเทา (Graphite) สีขาว (White) และสีม่วง (Bora Purple)   เพื่อลุคที่โดดเด่น

Galaxy Z Flip4, Z Fold4 และ Buds2 Pro เริ่มเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่ 10 สิงหาคม – 1 กันยายน 65  และจะวางจำหน่ายตั้งแต่ 2 กันยายน 65 เป็นต้นไป

Galaxy Z Flip4 ราคา 35,900 บาท (128 GB) และราคา 38,900 (256 GB)

Galaxy Z Flip4 Bespoke Edition ราคา 39,900 (256 GB)

Galaxy Z Fold4 ราคา 59,900 (256 GB) และราคา 65,900 (512 GB)

Galaxy Buds2 Pro ในราคา 3,990 บาท

สิทธิพิเศษ 5 ต่อ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้าระหว่าง 10 สิงหาคม 65 – 1 กันยายน 65 ที่ samsung.com, Samsung Experience Store และ ร้านค้าที่ร่วมรายการ

ต่อที่ 1:

Galaxy Z Flip4 เลือกรับ กระเป๋า BOYY BOBBY CHARM มูลค่า 8,900 บาท หรือ อัพเกรดความจุเป็น 2 เท่าฟรี! มูลค่าสูงสุด 6,000 บาท / Galaxy Z Fold4 อัพเกรดความจุเป็น 2 เท่าฟรี! มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท

ต่อที่ 2: ฟรี ประกันจอ Samsung Care+ 1 ปี เปลี่ยนจอฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตามมูลค่าคุ้มครอง

ต่อที่ 3: ส่วนลดเพิ่มเติมจากค่าเครื่องที่นำมาแลกอีก 3,000 บาท เมื่อนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมาแลกซื้อ

ต่อที่ 4: ลูกค้านำโค้ดที่ได้จากการลงทะเบียนความสนใจ First to Unfold มาจองจะได้รับฟรี

เคส Slim Stand Cover มูลค่า 1,490 บาท เมื่อพรีออเดอร์ Galaxy Z Fold4 หรือ เคส Silicone Cover with Ring มูลค่า 1,190 บาท เมื่อพรีออเดอร์ Galaxy Z Flip4

ต่อที่ 5: ส่วนลด 30% สำหรับซื้อ Galaxy Watch5 Series เมื่อซื้อในคำสั่งซื้อเดียวกัน

*สินค้าแถมมีจำนวนจำกัด และไม่สามารถเลือกสีได้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ samsung.com

สั่งซื้อล่วงหน้าได้ที่

Galaxy Z Flip4 https://smsng.store/_pr_global_unpacked

Galaxy Z Fold4 https://smsng.store/PRDigitalUnpacked

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Galaxy Z Flip4 and Z Fold4 ได้ที่เว็บไซต์ www.samsungmobilepress.comnews.samsung.com/global or www.samsung.com/global/galaxy/.

[1] เมื่อเทียบกับ Galaxy Z Flip3 5G

[2] FlexCam หมายถึงประสบการณ์การใช้กล้องถ่ายภาพในโหมด Flex ซึ่งรองรับการการทำงานเมื่อปรับมุมของเครื่องโทรศัพท์ให้อยู่ในช่วง 75° ถึง 115°

[3] การรองรับการใช้งานอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละแอปพลิเคชั่น

[4] เมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy Z Flip3 5G

[5] ฟีเจอร์นี้อยู่ใน Samsung Wallet ซึ่งการให้บริการและการเปิดตัวฟีเจอร์บางอย่างของ Samsung Wallet อาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศและอุปกรณ์แต่ละรุ่นของผู้ใช้ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้บริการ Digital Automobile Key ยังคงเปิดให้บริการเฉพาะในบางประเทศและสำหรับอุปกรณ์บางรุ่นเท่านั้น

[6] เมื่อเปิดใช้ SmartThings Scene ในแอปพลิเคชั่น SmartThings ไว้แล้วเท่านั้น

[7] เมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy Z Flip3 5G โดยเป็นค่าปกติที่ทดสอบภายใต้สภาวะห้องทดลองของผู้ทดสอบภายนอก ค่าปกติคือค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้ โดยพิจารณาถึงค่าความเบี่ยงเบนในเรื่องความจุของแบตเตอรี่ในกลุ่มตัวอย่างแบตเตอรี่ที่ทดสอบโดยใช้มาตรฐาน IEC 61960 ความจุ(ต่ำสุด)ที่วัดค่าได้ คือ 3,595mAh อายุการใช้งานที่แท้จริงของแบตเตอรี่อาจแตกต่างกันออกไปตามสภาพแวดล้อมของเครือข่าย รูปแบบการใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ

[8] Super Fast Charging เป็นคุณสมบัติที่ใช้ได้เมื่อใช้กับหัวชาร์จ 25W ขึ้นไปเท่านั้น ค่าที่ระบุเป็นผลจากการทดสอบในห้องทดลองภายในของซัมซุงด้วยหัวชาร์จ Travel Adapter กำลังไฟ 25W ในขณะที่แบตเตอรี่มีประจุไฟเหลืออยู่ 0% โดยที่บริการและฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงหน้าจอของเครื่องโทรศัพท์ถูกปิดการใช้งานเอาไว้ทั้งหมด ความเร็วที่แท้จริงในการชาร์จอาจแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งานที่แท้จริง รวมถึงสภาวะการชาร์จ และปัจจัยอื่นๆ หัวชาร์จ Travel Adapter แยกจำหน่ายต่างหาก แนะนำให้ใช้หัวชาร์จและสายชาร์จที่ได้รับการรับรองจากซัมซุงแล้วเท่านั้น

[9] รองรับวิดีโอความละเอียดตั้งแต่ 176×144 (qCIF) ถึง 1920×1080 (FHD) ความยาวสูงสุดไม่เกิน 15 วินาที และขนาดไฟล์ใหญ่สุดไม่เกิน 100MB

[10] โหมด Flex รองรับการการทำงานเมื่อปรับมุมของเครื่องโทรศัพท์ให้อยู่ในช่วง 75° ถึง 115°

[11] รองรับฟีเจอร์ทาสก์บาร์เมื่อใช้งานบนหน้าจอหลักเท่านั้น

[12] ต้องเปิดใช้งาน Labs ในเมนูการตั้งค่า

[13] บางแอปพลิเคชั่นอาจไม่รองรับฟีเจอร์ Multi Active Window หรือ App Pair

[14] แอปพลิเคชันที่เปิดให้บริการและรองรับการแชร์แบบ Live อาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศและแต่ละอุปกรณ์ ผู้ใช้อาจต้องอัพเดท YouTube และ Google Meet ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด บางแอปพลิเคชันที่รองรับการแชร์แบบ Live อาจมีเงื่อนไขที่ให้ใช้ได้เฉพาะผู้เป็นสมาชิกบางรูปแบบเท่านั้น

[15] S Pen เป็นอุปกรณ์ที่จำหน่ายแยกต่างหาก Galaxy Z Fold4 รองรับ S Pen เฉพาะหน้าจอหลักเท่านั้น ใช้งานได้กับ S Pen Fold Edition และ S Pen Pro เท่านั้น ส่วน S Pen หรือปากกาสไตลัสรุ่นอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการออกแบบสำหรับ Galaxy Z Fold4 (รวมถึงปากกาที่ผลิตโดยผู้ผลิตรายอื่น) อาจทำให้หน้าจอเสียหายได้

[16] S Pen Fold Edition รวมอยู่ในเคสแบบ Standing Cover with Pen ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำหน่ายแยกต่างหาก

[17] Space Zoom ที่ให้พลังซูม 30 เท่า ประกอบด้วยออพติคัลซูม 3 เท่า และดิจิทัลซูม 30 เท่า พร้อมด้วยเทคโนโลยี AI Super Resolution ทั้งนี้การซูมเกินกว่า 3 เท่าอาจทำให้คุณภาพของภาพลดลงได้บ้าง

[18] เมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy Z Fold3 5G

[19] เมื่อวัดตามแนวทะแยง หน้าจอของ Galaxy Fold4 จะมีขนาด 7.6 นิ้วโดยการวัดเต็มแนวสี่เหลี่ยมผืนผ้า และจะวัดได้ 7.4 นิ้วหากไม่รวมส่วนโค้งที่มุม ทั้งนี้พื้นที่ที่มองเห็นการแสดงผลจะน้อยกว่าเนื่องจากส่วนโค้งของมุมหน้าจอ

[20] อัตรารีเฟรชหน้าจอจะแตกต่างกันออกไปตามแอปพลิเคชันที่ใช้ และบางแอปพลิเคชันอาจไม่สามารถรองรับอัตรารีเฟรชหน้าจอได้ถึงระดับ 120Hz

[21] ต้องเป็นสมาชิกบริการสตรีมมิ่งของ Netflix

[22] ต้องเปิดใช้งาน Labs ในเมนูการตั้งค่า

[23] ความเร็ว 5G อาจแตกต่างกันออกไปและต้องมีการปรับตั้งค่าเครือข่ายและการเชื่อมต่อให้เหมาะสม (ซึ่งปัจจัยรวมถึงความถี่ แบนด์วิดท์ ความหนาแน่น) โปรดปรึกษาผู้ให้บริการเครือข่ายของท่านในเรื่องการให้บริการ

[24] เมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy Z Fold3 5G

[25] ระดับ IPX8 อ้างอิงถึงสภาวะการทดสอบให้จมอยู่ในน้ำจืดความลึกไม่เกิน 1.5 เมตรเป็นเวลาไม่เกิน 30 นาที ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในกิจกรรมชายหาดและในสระว่ายน้ำ และอุปกรณ์ไม่ป้องกันฝุ่น

[26]  ต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ Samsung Galaxy ที่ทำงานบน One UI 4.0 หรือใหม่กว่า การรองรับระบบเสียง 24 บิทอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละแอปพลิเคชั่น

[27] ต้องใช้อุปกรณ์ Samsung Galaxy ที่มี One UI เวอร์ชัน 4.0 ขึ้นไป

[28] เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของ Galaxy Buds Pro

[29] ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนดีขึ้น 40% เมื่อเทียบกับ Galaxy Buds Pro (เฉลี่ย 50-1kHz)

[30] ฟีเจอร์ Auto Switch สำหรับ Samsung TV สามารถใช้ได้กับ Samsung TV รุ่น ที่วางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 เป็นต้นไป หรือสามารถใช้ได้กับรุ่นที่ได้รับการอัพเดท Firmware ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยฟีเจอร์ Auto Switch ของ TV สามารถใช้ได้แค่กับการโทรเข้า-ออกเท่านั้น

[31] กว่า 90% ของส่วนประกอบที่เป็นพลาสติกทั้งหมดของ Galaxy Buds2 Pro ผลิตขึ้นจากวัสดุรีไซเคิล โดยเป็นตัวเลขที่คิดจากน้ำหนัก ซึ่ง Galaxy Buds2 Pro ใช้พลาสติกในการผลิตรวมทั้งสิ้น 29 กรัม และเป็นวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 27 กรัม ส่วนประกอบแต่ละชิ้นเหล่านี้มีองค์ประกอบอย่างน้อย 20% จากอวนที่ถูกทิ้งเป็นขยะ (พลาสติกที่ตกค้างในท้องทะเล) หรือวัสดุที่ผ่านการใช้งานของผู้บริโภคแล้ว อวนรีไซเคิลถูกนำมาใช้กับส่วนประกอบภายในของถาดในกล่องชาร์จ 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนประดับด้านบนของหลุมเก็บหูฟัง ตัวยึดแบตเตอรี่ของหลุมเก็บหูฟัง และแผ่นวงจรของหลุมเก็บหูฟัง ส่วนวัสดุที่ผ่านการใช้งานของผู้บริโภคแล้วถูกนำมาใช้ในส่วนประกอบภายนอก 8 ส่วนด้วยกัน แบ่งเป็น 4 ส่วนในตัวหูฟังทั้งสองข้าง คือตัวเคสด้านหน้าซ้าย/ขวาและตัวเคสด้านหลังซ้าย/ขวา และอีก 4 ส่วนในกล่องชาร์จ คือ ส่วนประดับด้านบน ฝาบนด้านนอก ฝาบนด้านใน และฝาล่าง

[32] ปริมาณบรรจุภัณฑ์ของ Galaxy Z Fold4 และ Galaxy Z Flip4 ได้ถูกลดลดทอนลงถึง 58% และ 52% ตามลำดับเมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy Fold และ Galaxy Z Flip

[33] คำนวณโดยอิงจากมาตรฐาน ISO 14040:2006 และ ISO 14044:2006 โดยใช้ฐานข้อมูล Ecoinvent 3.8 สำหรับการขนส่งจากเกาหลีไปยุโรปโดยใช้ยานพาหนะรุ่น SM-F700F, SM-F721B, SM-F900F และ SM-F936B

[34] สีที่วางจำหน่ายอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่าย และผู้จำหน่ายปลีก

[35] ลูกค้าสามารถเลือกกรอบสีดำ สีเงิน หรือสีทอง และด้านหน้าและด้านหลังเป็นสีเหลือง สีขาว สีกรมท่า สีกากี หรือสีแดง สีที่มีจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเทศ ภูมิภาค หรือผู้ให้บริการ Bespoke Edition มีเฉพาะใน Samsung.com เท่านั้น โปรดรอ 3 ถึง 4 สัปดาห์ (โดยประมาณ) สำหรับการจัดส่ง

[36] ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนฝาโดยมีค่าบริการเพิ่มเติม ส่วนกรอบไม่สามารถเปลี่ยนได้ ค่าบริการและค่าบริการอาจแตกต่างกันไปตามประเทศหรือภูมิภาค

[37] อุปกรณ์เสริม จำหน่ายแยกต่างหาก

[38] สีที่วางจำหน่ายอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่าย และผู้ค้าปลีก

[39] ความจุของหน่วยเก็บข้อมูลที่ใช้ได้อาจแตกต่างกันออกไปตามซอฟท์แวร์ทิ่ติดตั้งมาในตัวเครื่อง สีพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะในช่องทางออนไลน์จะต้องผลิตขึ้นเป็นพิเศษ กรุณาเผื่อเวลาในการจัดส่ง 3-4 สัปดาห์ (โดยประมาณ)